เมื่อนายไม่อยู่ 2
เด๋วนี้มีหัวข้อไดฯเป็นเว่อร์ชั่นเลยวุ้ย ทั้งๆที่เมื่อก่อนการคิดชื่อหัวข้อไดฯ
เป็นอะไรที่ปวดเศียรเวียนเกล้าที่สุดสำหรับเรา
งานเลขาฯก็เป็นแบบนี้แหละ เหมาะสำหรับคนที่รักความสบายเป็นชีวิตจิตใจ
กร๊ากกกกสสสส (ทำปากกล้าไป เด๋วงานเข้าแล้วไม่ต้องส่งเมวไปซบอกร้องไห้กะชาวบ้านเค้าละ)
ตามหัวข้อ ก็นายไม่อยู่ เลยมีอะไรอย่างอื่นทำเยอะแยะ นั่งฮัมเพลงชิลๆ
ในคอกของตัวเอง (ที่ซึ่งถูกแยกออกจากฝูงชน) รดน้ำให้นู๋แฮปปี้
(ต้นอะไรสักอย่างที่ชื่อกวนอิมๆเนี่ยแหละ) เอามาวางแหมะไว้ 2 สัปดาห์แล้วคร้าบบบ
ตกแต่งตัดเล็มใบให้เรียบร้อย พร้อมป้อนคำหวานใส่ น่ารักเนาะ โตไวๆน้า
( เห็นอาจารย์ญี่ปุ่นบอกว่า ถ้าเราคุย หรือ ชม มันมากๆ
มันจะโตเร็ว โตสวย เพิ่งรู้ว่าต้นไม้และสัตว์เลี้ยงก็บ้ายอเหมือนกัน 55555 )
เปิดไปดูห้องโต๊ะเครื่องแป้งในพันธุ์ทิพย์ แล้วก็เกิดกิเลสอยากลอง
โทนเนอร์ของไบโอเทิร์มฝาชมพู หน้าตาน่าใช้ มีคนมาทำรีวิวให้ดูอีก
หาเรื่องอยากเสียตังค์ ประทินโฉมจนได้ หึหึหึ แล้วก็เข้าไปสอดส่องตลาดหุ้น
ในห้องสินธรอีกสักจิ๊ดนึง ช่วงนี้ยังมิกล้าลงทุนอะไรมากมาย มีแต่ข่าวลือว่าจะงั้นเป็นงี้
เด๋วก็ย้อนไปยุคปี 97 เด๋วก็พายุเข้า เด๋วก็น้ำท่วม
ว่าแล้วก็รีบงัดไหเอาเงินออกมาถลุงดีกว่า (เอ๊ะ หรือนี่เป็นหลุมพรางกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านสื่อ)
(ก็คงมีแต่อีนี่แหละ ที่คิดงัดไหเอาเงินมาใช้ แทนที่จะหาทางรอด 5555 )
นั่งเช็คเมวรีวีวร้านอาหารอร่อยๆ แล้วก็ไม่ค่อยได้ไปจนหนำใจ
ก่อนกลับมานั่งทำการบ้านส่งคุณครู เฮ้อออออ เขียนเรียงความหัวข้อเหมือนสมัยประถมเลย
ความฝันของฉัน ชีวิตประจำวันของฉัน เด๋วนี้ไปเรียนญี่ปุ่นก็เหมือน
ไปนั่ง ปาฐากฐามากกว่า (อ่านว่า ปา-ตะ-กะ-ฐา ) ไม่รู้ว่าถูกไหม ประมาณนี้แหละ
ก็ค่อนข้างน่าเบื่อ ไม่ชอบเขียนบทความแล้วให้มานั่งเล่าในห้อง
อยากดัดจริตเรียนแกรมม่ามากกว่า ไม่งั้นมันก็เหมือนย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหน
ห้องมันเล็กไปหน่อย ไม่งั้นเราคงยึดพื้นที่เด็กหลังห้องไว้แอบงีบ
แต่นี่จะหลบไปไหนก็ไม่พ้นระยะสายตาอาจารย์ได้ เลยต้องทนนั่งวาดการ์ตูน
เล่นโอเอ๊กซ แก้เซ็งแต่เพียงลำพัง (แน่นอนละ คนอื่นๆเค้าตั้งใจเรียนจะตายชัก
สอบตั้งธันวาฯ นี่เริ่มอ่านหนังสือกันแล้ว แบบสุดยอด จะฟิตกันไปไหน )
ช่วงนี้งานเริ่มเข้าที่เข้าทาง ( หมายถึง เริ่มคุ้นเคยและมีความสุขกับการนั่งเฉยๆ
เพื่อทำอะไรไร้สาระดังที่กล่าวไว้ข้างต้น) ย้อนกลับไปอ่านไดฯ
ประมาณสองเดือนที่แล้วจะเห็นเรานั่งพล่ามถึงความทุกข์ทรมาน
ขมขื่นใจเรื่องการนั่งเฉยๆ ตอนนั้นไฟแรงมาก หลังจากผ่านฤดูกาลที่แห้งแล้งมาสักพัก
ก็ปล่อยเอาความขี้เกียจออกมาครอบงำอีกครั้ง หึหึหึ
เมื่อวานเพิ่งเฉียดเรื่องโดนซิวไปนิดนึง ตอนนี้เราเริ่มสื่อสารกะนายรู้เรื่องมากขึ้น
จากเดิมไปนั่งฟังเค้าประชุมกันอย่างมึน เด๋วนี้แม้นายจะยังติดนิสัยพูดขมุบขมิบในปากตัวเอง
เราก็พอจะเดาได้ว่าเฮียแกต้องการจะพูดอะไร
เป็นเรื่องที่สมควรแก่การฉลองจริงๆ เย้
11.31
ได้เวลากินข้าวเที่ยงงง แว๊บบบบบบ
|